บทบาทหน้าที่ ภารกิจ
กลับสู่หน้ารายการบทบาทหน้าที่ ภารกิจ
บทบาทหน้าที่ ภารกิจ

 

      สำนักงาน ป.ป.ท.เป็นหน่วยงานจัดตั้งขึ้นใหม่ภายหลังที่มีการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เมื่อปี 2555 โดยจัดตั้งขึ้นตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ท. เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ มีหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักงาน ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. จะปฏิบัติงานขึ้นตรงต่อประธานกรรมการ
 
      3.1 อำนาจหน้าที่
                  สำนักงาน ป.ป.ท. มีอำนาจตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 และคณะรัฐมนตรียังได้มีมติมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐด้วย ดังนี้
                 (1) ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 กำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ท. มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ตลอดทั้งการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสานงานและให้ความร่วมมือกับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ประสานงานและให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต จัดให้มีหรือให้ความร่วมมือกับองค์กรอื่นในการศึกษาอบรมและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต รวมทั้งปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัติและกฎหมายอื่นหรือตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมาย
                (2) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ให้หน่วยงานภาครัฐนำแนวทางและมาตรการตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. และภาคีทุกภาคส่วนร่วมจัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแปลงไปสู่การปฏิบัติโดยกำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และแผนปฏิบัติราชการประจำปี มีสำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงาน ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานหลัก ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐโดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีที่ดูแลนโยบายการบริหารจัดการที่ดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นกรรมการและเลขานุการ
 
          3.2 บทบาทในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 
                     จากอำนาจหน้าที่ดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ท.จึงมีบทบาทเป็นองค์กรหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยเป็นศูนย์กลางทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการดำเนินตามนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในฝ่ายบริหารสามารถบูรณาการการดำเนินการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ให้บังเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
          สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฯ
                   1. เขตอำนาจการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
                   2. องค์กรดำเนินการ
                   3. การไต่สวนข้อเท็จจริง
                   4. มาตรการสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม
 
        เขตอำนาจ
             การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
                       1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ
                       2. การกระทำทุจริตในภาครัฐ
 
       เจ้าหน้าที่ของรัฐ
                เจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในอำนาจการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้แก่
                “เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำรงตำแหน่ง ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูง หรือข้าราชการที่ดำรงตำแหน่ง ต่ำกว่า ผู้อำนวยการกอง ลงมา”
                ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวได้แก่ ข้าราชการพลเรือนสามัญทุกกระทรวง ทบวง กรม ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการครู พนักงานองค์กรมหาชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดจนข้าราชการ และพนักงานหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งในรูปแบบพิเศษอื่น “รวมทั้งสิ้นประมาณ 10,000 หน่วยงาน”
  
        การกระทำทุจริตในภาครัฐ
                 ทุจริตต่อหน้าที่ : ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาหรือ ตามกฎหมายอื่น
                ประพฤติมิชอบ : ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่อื่นเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือมติครม. ที่มุ่งหมายจะควบคุมดูแลการกับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงิน
 
        องค์กรดำเนินการ
                 1. คณะกรรมการ ป.ป.ท.
                 2. สำนักงาน ป.ป.ท.
                     2.1 พนักงาน ป.ป.ท.
                     2.2 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.
 
        อำนาจหน้าที่คณะกรรมการ ป.ป.ท.
                 1. เสนอนโยบาย มาตรการและแผนพัฒนาต่อ ครม.
                 2. เสนอแนะ ให้คำปรึกษาแก่ ครม. เกี่ยวกับการปรับปรุงกฏหมาย กฏ ข้อบังคับ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต
                 3. เสนอแนะต่อกรรมการ ป.ป.ช. ในการกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ตามกฎหมาย ป.ป.ช.
                 4. ไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรับ
                 5. ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีอาญา
                 6. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอต่อ ครม. เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฏร วุฒิสภา และ ป.ป.ช.
                 7. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมาย
                 8. ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัติมาตรการฯ หรือการอื่นใดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐตามที่ ครม. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย
 
         อำนาจในการไต่สวนข้อเท็จจริงตามมาตรา 18
                 1. สอบถามหรือเรียกให้สถาบันการเงิน ส่วนราชการ องค์กร ฯลฯ ส่งเจ้าหนี้ที่มาให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานใดๆ
                 2. สอบถามหรือเรียกบุคคลใดๆ เพื่อมาให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสารหลักฐานใดๆ
                 3. ขอให้ศาลออกหมายเพื่อเข้าไปในเคหะสถาน สถานที่ราชการ หรือสถานที่อื่นใด รวมทั้งยานพาหนะของบุคคลใด ๆ เพื่อตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานอื่นใด
                4. ขอให้หน่วยงานของรับ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเข้าร่วมในการปฏิบัติหน้าที่โดยให้หน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือตามที่ขอได้
 
         อำนาจในการเข้าถึงข้อมูล (มาตรา 19)
                   คณะกรรมการ ป.ป.ท. อาจแจ้งให้หน่วยงานใดจัดให้กรรมการ ป.ป.ท. หรืออนุกรรมการ ป.ป.ท. เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา หรือบุคคลอื่นที่มีเหตุเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหา
 
        การไต่สวนข้อเท็จจริง
                   1. กรณีที่ต้องทำการไต่สวนข้อเท็จจริง
                   2. การดำเนินการไต่สวนข้อเท้จจริง
                   3. การชี้มูลความผิด
 
         กรณีที่ต้องทำการไต่สวนข้อเท็จจริง (มาตรา 23)
                  1. เมื่อได้รับคำกล่าวหาว่ามีการกระทำการทุจริตในภาครัฐ
                  2. เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในภาครัฐ
                  3. เมื่อได้รับเรื่องจากพนักงานสอบสวน
                  4. เมื่อได้รับเรื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.
 
      การดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง
                 1. คณะกรรมการ ป.ป.ท. ดำเนินการเอง
                 2. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงดำเนินการแทน
                     องค์ประกอบ
                          - มีผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมด้วย
                          - แต่งตั้งที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ
                 3. มอบหมาย พนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ดำเนินการแทน
                 4. ขณะไต่สวนข้อเท็จจริง ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ท. เห็นสมควรจะตรวจสอบทรัพย์สินก็ได้
 
       การชี้มูลความผิด
                  คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลว่าเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริตในภาครัฐแล้ว จะดำเนินการดังนี้
                         1. กรณีมีมูลความผิดทางวินัย จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษทางวินัย โดยผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณาทาภายใน 30 วัน หากละเลยไม่ดำเนินการจะถือว่าเป็นความผิดทางวินัยหรือหากดำเนินการไม่เหมาะสม คณะกรรมการ ป.ป.ท. จะเสนอความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการตามที่เห็นสมควร
                         2. กรณีมีมูลความผิดทางอาญาจะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องคดี
                         3. กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถูกกล่าวหาได้อนุมัติ อนุญาต ออกเอกสารสิทธิ ให้สิทธิประโยชน์ หรือการสั่งการใดๆ แก่บุคคลโดยมิชอบ หรืออาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการจะแจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พิจารณาดำเนินการสั่งยกเลิกหรือเพิกถอน
 
         มาตรการสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม
                  1. การคุ้มครองพยาน (มาตรา 53, 54)
                  2. รางวัลตอบแทนผู้ทำประโยชน์
                      2.1 รางวัลตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใด (มาตรา 55).
                      2.2 การเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือตำแหน่งให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำประโยชน์ (มาตรา 56)
                  3. การกันผู้ถูกกล่าวหาเป็นพยาน (มาตรการ 58)
แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
สงวนลิขสิทธิ์
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม (ป.ป.ท.)
99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
pageviews visits