สำนักงาน ป.ป.ท. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตตรวจสอบกระบวนการจัดเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/57 ที่จังหวัดพิจิตร
25 กุมภาพันธ์ 2558 3672

          

          วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมคณะที่มีทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), สตง., ป.ป.ช. และส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนเพื่อแสวงหาหลักฐานในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวภายใต้นโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าตรวจสอบไซโล บริษัท เคทีบี อะโกร จำกัด ในพื้นที่ ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ที่รัฐเช่าเก็บข้าวสารในโครงการจำนำข้าวในถังไซโลทั้ง 17 ถัง มีปริมาณข้าวตามบัญชี 196,766.630 ตัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกี่ยวกับกระบวนการจัดเก็บข้าวที่ได้รับจากชาวนาที่นำข้าวเปลือกมาจำนำ แล้วโรงสีนำไปแปรรูปเป็นข้าวสาร ซึ่งข้าวส่วนใหญ่เป็นข้าวของ อคส. แล้วได้ไปเช่า

        ซึ่งหลังจากที่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศได้ให้ทหาร และฝ่ายปกครองในท้องถิ่น รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลางหลายฝ่ายดำเนินการตรวจนับปริมาณข้าว และตรวจสอบคุณภาพข้าวในไซโลแห่งนี้ พบว่าข้าวขาว 5% ที่เก็บไว้ในไซโลเกิดการสูญหาย และมีการปลอมปนใน 15 ถังไซโลจริง ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย เพราะพบว่ามีข้าวขาดหายจากบัญชีจำนวน 47,433 .684 ตัน มูลค่า 2,475 ล้านบาท

          

          เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และคณะ ได้เข้าเผชิญสืบเพื่อหาหลักฐานข้อเท็จจริงที่จะดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่า ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกฝ่ายทั้งฝ่ายราชการ ฝ่ายเอกชนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน-สอบถามขั้นตอนข้อเท็จจริงเกือบ 2 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่รถบรรทุกข้าวสารมาจอดแล้ววิ่งเข้าประตูของไซโล ไปจนถึงการตรวจคุณภาพและปริมาณ จากนั้นก็ดูไปจนถึงกระบวนการส่งมอบข้าวโดยผ่านเซอร์เวเยอร์ที่ อคส. จ้างมาแล้วนำข้าวสารไปเทลงบ่อเพื่อผ่านสายพานลำเลียงไปเก็บในถังไซโลทั้ง 17 ถัง จากนั้นได้ตรวจสอบดูห้องควบคุมระบบที่ใช้ควบคุมบังคับเปิด-ปิดถังไซโล ซึ่งได้รับการชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ทุกอย่างทุกห้องควบคุมจะต้องถูกใส่ด้วยกุญแจ 3 ดอก โดยมีผู้ถือลูกกุญแจจาก 3 ฝ่าย คือ อคส., ฝ่ายปกครองท้องที่ และผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว หรือเซอร์เวเยอร์ ดังนั้น การที่ข้าวหายเป็นจำนวนมากอย่างนี้ก็จะต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน

                        

          โดยเบื้องต้น อคส.ได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางมูลนาก และได้มีการสอบสวนได้รายละเอียดลงลึกมามากมาย แต่เนื่องจากรูปคดีไปเกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานของรัฐ จึงจำเป็นต้องให้สำนักงาน ป.ป.ท. และคณะเข้ามารับช่วงคดีต่อ ซึ่งต่อจากนี้คาดว่าไม่เกิน 3 เดือนจะรวบรวมหลักฐาน และสามารถบอกได้ว่า ใครบ้างเป็นตัวการ และผู้สนับสนุน ถ้าเป็นราชการก็เป็นหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. หรือ สตง.ที่จะต้องตรวจสอบทรัพย์สินและชี้มูลความผิด ถ้าเป็นภาคเอกชนก็จะให้ดีเอสไอเข้าไปดำเนินคดี โดยจะไม่ละเว้นผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งถ้าหลักฐานเกี่ยวข้องถึงก็จะดำเนินคดีโดยไม่มีข้อละเว้น เพราะเรื่องขบวนการโกงโครงการรับจำนำข้าวครั้งมโหฬาร ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียเงินภาษีของประชาชนไปกว่า 6 แสนล้าน ถือเป็นเรื่องทำลายความมั่งคงทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงต้องเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

 

                    แหล่งที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558

 

 

Copyright © 2018

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

Page rendered in 0.0468 seconds

Valid CSS! web counter web counter